วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ไซอิ๋ว พลิกตำนานเทพนิยายอลเวง อ่านแล้วจะลืมเรื่องราวเดิม ๆ ไปเลย

 


ชื่อหนังสือ : ไซอิ๋ว พลิกตำนานเทพนิยายอลเวง (เล่มเดียวจบ)

ผู้แต่ง : Jinze

สำนักพิมพ์ : 1168

 

*.:。✿*゚¨゚✎・✿.。

 

คำโปรย -

          เมื่อเง็กเซียนฮ่องเต้มีประชุมเรื่องความนิยมของสวรรค์ได้ลดลงอย่างฮวบฮาบ เพราะว่าเทพร่างชราที่แสดงถึงความภูมิฐาน สู้มารปีศาจสุดหล่อไม่ได้ ประชาชนจึงหันไปสนใจและศรัทธาพวกปีศาจแทน เงินบริจาคก็ลดน้อยลงของเซ่นไหว้แทบไม่มีใช้ จึงสั่งให้ เหม่ยหยวน ทำหน้าที่อัญเชิญขบวนพระไตรปิฎกเรียกศรัทธาประชาชนแทนซันซางคนเก่าที่หายตัวไปกว่าสามปี นำขบวนลูกศิษย์กลุ่มเดิมนั่นคือ ซุนวู่คง(เห้งเจีย) ลิงจอมซนมากฝีมือ จูปาเจี้ย(ตือโป๊ยก่าย) บุรุษจอมเจ้าชู้ที่เคยถูกสาปเป็นคนครึ่งหมู และชาหวู่จิ่ง(ซัวเจ๋ง) มังกรน้ำสุดหล่อ ให้เดินทางไปชมพูทวีปด้วยกัน นอกจากจะเจอปีศาจ(สุดหล่อ)มากมายแล้วการเดินทางครั้งนี้กลับมีเป้าหมายที่คาดไม่ถึงเฝ้ารอพวกเขาอยู่ ซึ่งทำให้ความเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องของพวกเขาต้องสั่นคลอน

 

*.:。✿*゚¨゚✎・✿.。

 

- รีวิวสั้น ๆ คั่นไว้ตรงนี้ –

* ใครไม่ชอบการถูกสปอยล์ อ่านถึงแค่พาร์ตนี้พอนะคะ *

 

          อยากบอกทุกคนว่า...โปรดลืม ลืมเรื่องราวของ ไซอิ๋ว ที่เคยดู เคยอ่าน เคยประสบมาให้หมด เพราะสิ่งที่คุณ คุณ และคุณ คุณเคยรับรู้มา มัน(แทบ)ไม่ปรากฏให้เห็นในหนังสือเล่มนี้ ฮา

          ที่สุดของความรั่ว ที่สุดของความตลกโปกฮา และที่สุดของความอิหยังวะมันจะรวม ๆ กันอยู่ในเล่มนี้แหละ

          เขียนแบบนี้เดี๋ยวคนงงว่า อ้าวตกลงแล้วมันสนุกมั้ย น่าตามหามาอ่านรึเปล่า? เราบอกเลยว่า ซื้อเถอะ มันเปิดโลกแห่งตำนานไซอิ๋วจริง ๆ นะเธอออ

 

*.:。✿*゚¨゚✎・✿.。

 

- สปอยล์จัดหนัก ตามมาเมาธ์กันตรงนี้

 

          แรกเริ่มเดิมที ไซอิ๋ว ในความทรงจำของเรานั้นจะเป็นเรื่องราวของ พระถังซัมจั๋ง(ซันซาง)ที่ออกเดินทางอัญเชิญพระไตรปิฏกไปพร้อมกับเหล่าลูกศิษย์ทั้งสามอันได้แก่ ซุนหงอคง(ซุนวู่คง), ตือโป๊ยก่าย(จูปาเจี้ย), และซัวเจ๋ง(ชาหวู่จิ่ง) โดยระหว่างทางก็จะประสบพบเจอเหตุการณ์ที่เป็นเหมือนอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย เพราะเหล่าปิศาจดันอยากกินเนื้อพระถังฯ เพื่อความเป็นอมตะนั่นเอง เนี่ย...เรื่องราวที่เราและคนส่วนใหญ่จำกันได้ก็คงประมาณนี้

          แต่ ไซอิ๋ว พลิกตำนานเทพนิยายอลเวง กลับนำเสนอเรื่องราวที่ต่างออกไปมากโขราวกับหนังแฟนตาซีเรื่องใหม่ที่พระถังฯของพวกเราแทบเป็นตัวประกอบไปเลย (เดี๋ยว ๆ...) เพราะเรื่องนี้ตัวละครหลักคือ เหม่ยหยวน ลูกศิษย์อันดับสี่ของพระถังฯเรานั่นเองงง ใช่ค่ะ เหม่ยหยวน ก็คือนางเอกของเรื่องนี้น่ะแหละ

          หยุดค่ะ...ถ้าคุณคิดว่า เหม่ยหยวน จะเป็นเด็กสาวรูปงาม น่าทะนุถนอม ประหนึ่งเทพยดาบนสรวงสวรรค์ล่ะก็ ขอขีดเส้นใต้ย้ำ ๆ ให้ทราบกันตรงนี้เลยว่า คุณคิดผิดแล้ว! เพราะ เหม่ยหยวน คือผู้หญิงหน้าตาธรรมด๊าธรรมดา(อันนี้เราไม่ได้บอก นางบอกเอง) รูปร่างผอมบาง ขี้โรคเป็นที่หนึ่ง ทำให้เหล่าศิษย์พี่ทั้งสามอันได้แก่ ซุนวู่คง, จูปาเจี้ย, และชาหวู่จิ่ง ต้องคอยดูแล จนบางทีก้แอบอิจฉา เพราะ 3 หนุ่มในเรื่องคือเบ้าหน้าฟ้าประทานอะคุณขา~

 

กลัวไม่เชื่อ แปะรูปนางเอกให้ดูก่อนเลย (ฮา)

 

          และไม่ใช่แค่ตัวเอกทั้งสามเท่านั้นที่หล่อเหลา กระทั่งตัวหลาย(แทบ)ทั้งหมดก็หน้าตาดีงามเป็นที่เลื่องลือเช่นกัน

 

อะ แปะรูปให้ดูเป็นน้ำจิ้ม ที่เหลือไปส่องเอาเองในเล่ม

 

          โอเค เดี๋ยวจะบ่นว่า ทำไมเอาแต่พูดถึงเบ้าหน้าตัวละครฟะ ตรงนี้เราจะมาพูดถึงเนื้อเรื่องกันบ้าง สตอรี่ของเรื่องนี้ก็คือ นางเอกและเหล่าศิษย์พี่ต้องออกเดินทางอัญเชิญพระไตรปิฏก(อีกรอบ)แทนอาจารย์ที่หายสาปสูญไป ระหว่างทางก็แน่นอนว่าต้องเผชิญกับปิศาจที่จ้องจะจับซันซางกิน ซึ่งในที่นี้ก็คือนางเอกน่ะนะ 

          ทีนี้ในนิยายปูเรื่องไว้ว่า เหม่ยหยวนเคยเกิดเรื่องบางอย่าง(ไม่แน่ใจว่าป่วยหนักรึไงนี่แหละ) ทำให้ความทรงจำหายไปบางส่วน ในตอนที่เดินทางไปเรื่อย ๆ นางเอกก็ได้พบกับเรื่องน่าประหลาด คือมีปิศาจมาเทียบเชิญ จะพานางไปพบคนผู้หนึ่ง ซึ่งพวกศิษย์พี่ก็คอยกันให้นางเอกออกห่างแหละ ไม่อยากให้จำเรื่องราวที่หายไปได้ด้วย โดยเฉพาะ ชาหวู่จิ่ง นี่ปกป้องแบบสุดชีวิตเลย (เขียนมาถึงนี่แล้ว บอกเลยก็ได้ว่าฮีคือพระเอกของเรื่องนะ แหะๆ) 

          จนกระทั่งพวกเขาได้เจอกับอาจารย์ที่หายตัวไปอีกครั้ง ในตอนนั้นนางเอกก็ได้ความทรงจำกลับมา ซึ่งมันเป็นอะไรที่เจ็บปวดอะ อ่านถึงตรงนี้เราร้องไห้เลย

          และเพราะมันเป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก ๆ ทำให้เหม่ยหยวนเข้าใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับอาจารย์ของเธอนั้น เป็นเพราะศิษย์พี่ทั้งสามของเธอ (บอกก่อนว่าเหม่ยหยวนรักอาจารย์ของเธอมาก รักเหมือนเป็นพ่อแท้ ๆ เลยอะ) พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอาจารย์เธอต้องกลายเป็นแบบนี้ก็เลยโกรธมากถึงขั้นตัดขาดกับทุกคนเพราะจะแก้แค้นเลยทีเดียว

          บรรทัดต่อไปนี้สปอยล์จุดหลักของเรื่องเลย ใครอยากรู้จริงๆ กดคลุมดำเอานะคะ

vvv

vv

v

          อาจารย์ของเหม่ยหยวนอะ จริง ๆ แล้วไม่ใช่อาจารย์จริง ๆ แต่เป็นจ้าวปิศาจซึ่งเกิดขึ้นจากจิตมารของอาจารย์เธอ ที่สำคัญ ไอ้ท่านจ้าวนี่เจือกเป็นพ่อของเหม่ยหยวนด้วย(อีรุงตุงนังมาก) ซึ่งความทรงจำที่กลับมาได้ก็เพราะพ่อนางเอามาแปะคืนให้นี่แหละ ทำให้รู้ว่าคนที่ลงมือฆ่าอาจารย์ของเธอคือ ชาหวู่จิ่ง ศิษย์พี่สามที่เธอรักสุดหัวใจ

 

          ทีนี้นางเอกเราไม่ใช่คนโง่ เชื่อคนง่ายขนาดนั้นนะ ตอนท้ายนางตัดสินใจ คืน ทุกอย่างให้อาจารย์และคนที่นางรักด้วยชีวิตของเธอเอง

          เรื่องราวหลังจากนั้นไม่เล่าแล้วนะ ไปหาอ่านเอาเอง แต่ขอบอกไว้หน่อยว่า นางเอกก็คือนางเอกอะตัว เราจะไม่เศร้าหรือต้องจัดงานศพให้เธอในตอนจบนะฮะ เพราะพระเอกเราไม่ยอมให้เธอไปไหนอีกแน่นอน หุหุ

 

*.:。✿*゚¨゚✎・✿.。

 

- ความรู้สึกหลังอ่านจบ –

 

          สำหรับเราแล้ว เสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้คือการที่นักเขียนหยิบตำนานมาเล่าในรูปแบบที่คอมเมดี้ แต่หน่วงตับแตกเป็นพัก ๆ ค่ะ เราเลิฟคาแรคเตอร์นางเอกตรงที่นางเหมือนตัวแทนชะนีอย่างเรา ๆ ที่เห็นผู้ชายหล่อไม่ได้อะ (อ่านไปอ่านมาก็เหมือนมีนางมาชวนหวีดผู้ชายไปด้วยกัน กร๊ากกก) แต่ที่มากกว่านั้นคือนางเอกเป็นตัวอย่างของนิยาม รัก โลภ โกรธ หลง มาก ๆ เลยค่ะ 

          ใครที่กังวลว่าอ่านแฟนตาซีโบราณมันจะเข้าใจยาก เราบอกเลยว่าเรื่องนี้เข้าใจง่ายมาก มีเส้นเรื่องที่ค่อนข้างชัด นักเขียนสร้างปมและเฉลยปมได้แบบโคตรขยี้อะ ตอนอ่านฉากดราม่าก็คืออยากเอาหนังสือไปขว้างใส่หัวนักเขียนข้อหาทำร้ายจิตใจลูกฉันนน (หยอก ๆ นะฮะ ) ฉากหวานก็คือไม่ต้องพูดถึง เพราะมันแทบไม่มีเอ๊ยไม่ใช่ละ มีบ้างแต่แบบ...ไปอ่านเองละกันอันนี้ แหะ ๆ     

 

          ปล. ในเล่มมีตอนพิเศษกับการ์ตูนแก๊กสไตล์ 1168 ด้วยนะ แต่ไม่เล่าเนอะ อยากรู้ต้องลองอ่านค่ะ

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น